ถ้า (วิญญาณ) ท่านขงเบ้ง เขียนจดหมายถึง “เหล่าเพื่อนตายสหายศึก” จะเขียนว่าไงดีน๊อ?

ถึง ท่านเล่าปี่ ที่เคารพ
นับตั้งแต่ข้าตัดสินหนีความวุ่นวาย  ซ่อนกายจากโลกภายนอกมาหลายปี  ก็มีท่านนี่หละที่เห็นความสำคัญของข้า
แต่ข้าต้องขอโทษท่านด้วยที่ต้องให้ท่านมาเยือนกระท่อมของข้า 3 ครั้ง 3 ครา....เพราะอะไรหนะหรือ?
เพราะทุกครั้งที่ท่านมา มันมักจะเป็นเวลานอนของข้าทุกที (ท่านจะว่า ข้ามันนอนอยู่ได้ทั้งวัน สินะ)
เวลาที่ข้านอน ข้าไม่ชอบให้ใครมาเห็นเท่าไหร่หรอก เพราะข้านอนไม่เป็นเรียบร้อย อิ๊ๆ

หลังจากที่ท่านได้ข้ามาเป็นกุนซือแล้ว  ท่านปฏิบัติกับข้าดั่งเช่นได้ของเล่นใหม่ แล้วปล่อยให้ของเล่นเก่าๆ อย่างท่านกวนอู-เตียวหุย ได้อิจฉา...
แม้บ่อยครั้งที่พี่ชายข้า (จูกัดจิ๋น) เกลี้ยกล่อมให้ข้าไปอยู่กับท่านซุนกวน  แต่ข้าก็ปฏิเสธทุกครั้ง  เพราะข้านั้นภักดีต่อท่านเพียงผู้เดียว
เรารวมเป็นร่วมตายกันมาจนวันที่ท่านจากไป   แต่ท่านก็ดันมาทิ้ง อาเต๊า ลูกรักของท่าน ไว้เป็นภาระให้ข้ากับจูล่งได้ดูแลอีก

พระเจ้าอา...ท่านตัดช่องน้อยหนีไปแล้ว ชิมิ?

ถึง อาเต๊า..เล่าเสี้ยน 
เกิดมาข้าไม่เคยเห็นใครที่อ่อนแอ โง่และหูเบา เช่นท่านเลย (ด้วยความเคารพ) หลังจากที่พระบิดาของท่าน ได้ฝากฝัง (ตรูอยากจะฝังเอ็งจริงๆ ซะแล้ว) ท่านไว้กับข้า  ข้าก็พยายามอบรม สอนสั่งท่านเรื่อยมา จนท่านได้ครองราชย์แทนพ่อของท่าน  

แต่เอาเข้าจริงๆ  มีแต่ข้าและจูล่ง เท่านั้นที่ต้องออกหน้าแทนท่านเสมอๆ
ท่านหูเบาฟังแต่พวกขุนนาง ขันทียังไม่พอ  ดันไปฟังสุมาอี้เป่าหูว่า ข้าคิดไม่ซื่ออีกต่างหาก...สุดท้ายสุมาอี้ เลยหนีไปได้เลยเห็นไม๊?
และสุดท้าย จ๊กก๊ก ก็ล้มสลายเพราะความเป็นคนหูเบา ของท่านแท้ๆ  

ปล.
1.ท่านรู้ไม๊ว่า บ่อยครั้งที่ข้าและจูล่งต้องกอดคอกันร้องไห้  แล้วตัดพ้อเป็นเสียงเดียวกันว่า  “น่าจะปล่อยให้มันตายไปตั้งแต่เด็กๆ แล้ว  ฮือๆๆ”
2.ข้าอยากจะถามท่านตรงๆ ว่า “ตอนเด็กๆ  ท่านกินเกลือน้อยไป ใช่ไม๊?”

ถึง ท่านพี่กวนอู-ท่านพี่เตียวหุย  /
ข้าเข้าใจว่าท่านทั้ง 2 คนไม่ค่อยลงรอยข้าในช่วงแรกๆ  เพราะข้ามันเป็นเหมือนของเล่นชิ้นใหม่ของท่านเล่าปี่   เลยทำให้ท่านเล่าปี่หลงลืมพวกท่านไป  (แรกๆ ข้าก็ไม่แน่ใจว่า ท่านเล่าปี่ “นิยม” แบบไหนกันแน่...)
และเมื่อยามศึก พวกท่านก็คิดว่า ข้าให้ท่านทั้งสองและจูล่งออกศึกแทน ส่วนข้านั้นนอนสบายอยู่ในเมือง...
ข้าอยากจะถามพวกท่านหน่อยว่า  “ตัวข้าเป็นอะไร  กุนซือใช่หรือไม่?  ข้าคิด-วางแผนเป็น  แต่ข้าไม่ถนัดเชิงยุทธิ์  ขืนออกไปกับพวกท่าน ข้าก็ตายเปล่าๆ...กรุณาเข้าใจด้วย”
แต่แล้วหลังเสร็จศึก  ชัยชนะจึงตกเป็นของพวกเรา  พวกท่านจึงยอมรับในตัวข้า...ข้าก็ดีใจ
 
ท่านพี่กวนอู เปรียบได้ดั่งเทพผู้ซื่อสัตย์  ที่ชนรุ่นหลังล้วนพากันนับถือกราบไหว้  แต่ข้ากลับสงสัยและขบขันซะเหลือเกิน ที่รูปเคารพของท่านนั้น หน้าแดงแปร๊ดเหลือเกิน  เค้าไม่รู้กันหรือไงว่าใบหน้าของท่านจริงๆ นั้นเป็นสีลูกพุทราสุก  ไม่ใช่สีพุทราเชื่อม...

ท่านพี่เตียวหุย  ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ากลัวของท่า และน้ำเสียงที่ดุดัน   บางครั้งข้าก็รู้สึกกลัวท่านบ้างเหมือนกัน   ข้าไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วท่านเป็นคนที่ไหน   แต่ดูจากการพูดจาและชั้นเชิงทางการรบ  ข้าคิดว่าตัวตนจริงๆ ของท่านคงจะไม่ใช้ พ่อค้าขายหมู-คนหยาบ อย่างที่ทุกๆ คนเข้าใจกันแน่ๆ

ถึง จูล่ง 
ข้าจำได้เสมอเมื่อครั้งที่เราเจอกันครั้งแรก  และไม่คิดว่าต่อมาเราจะเข้ากันได้ถึงเพียงนี้   ฮ่าๆๆ   (ลูบเครา 3 ที)  เรา 2 คนเปรียบได้กับ เทพบุ๋น- เทพบู้ แห่ง จ๊กก๊ก เลยทีเดียว (ถ้าไม่นับท่านพี่บังทอง กับ ซีซี นะ)
ข้าเข้าใจดีว่า ตอนแรกๆ นั้น ท่านไม่ชอบขี้หน้าข้าเท่าไหร่   แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราได้ร่วมงานใหญ่ๆ กันบ่อยๆ มันเลยทำให้เราสนิทกัน    ท่านนั้นเปรียบได้กับแขนข้างหนึ่งของข้าก็ว่าได้

เราร่วมกรรมทำศึกมาหลายหลาก ทั้งนำทัพออกเผาทหารแฮหัวตุ้นที่ พกบ๋อง / น้ำท่วมแปะโห /  ศึกยุทธนาวีเซ็กเพ็ก /
ช่วยฝ่าทัพรับอาเต๊า (ถือว่าเป็นความผิดพลาดไม๊เนี้ย?) / ปราบเบ้งเฮ็กอ๋องแห่งม่าน ฯลฯ
และงานที่เหมือนจะหนักที่สุดของข้าและท่านก็คือ ต้องมาดูแล  อาเต๊า เล่าเสี้ยน เนี้ยหละ..เฮ้อ !!!

ในวันที่ท่านจากไป ข้าเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก  (ข้าเสียใจมากกว่าครั้งที่ท่านพี่บังทองเสียชีวิตอีกนะ)
ข้าร้องไห้จนสลบไปนานทีเดียว (มีคนแอบพูดลับหลังว่า จริงๆ แล้วข้าทำเนียน “แอบนอน” ซะมากกว่า...)
พอฟื้นคืนสติ ข้าได้แต่ พร่ำบ่นว่า แขนข้าขาดแล้ว ฮือๆ แขนข้าขาดแล้ว... (หลายคนแอบนินทาว่า “ก็เอ็งนอนทับแขนตัวเอง  แขนก็เลยชาไง”)

ปล. ท่านบอกข้าเสมอว่า ท่านไม่ชอบให้ใครมาเทศนาสั่งสอน  แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา  ท่านก็มาปรึกษาข้าทุกที ...

ถึง ท่านฮองตง...เฒ่าทระนง 
ข้ากับท่านนั้นรู้จักกันน้อยเต็มที อาจจะเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้คุยกัน  (ท่านคงเข้าใจอยู่นะ ว่าข้าไม่ชอบเสวนากับคนแก่ๆ)
ข้าแปลกใจมาก  ที่คนมีอายุอย่างท่านทำไมถึงได้แข็งแรงนัก?  เพราะท่านกินหมูมื้อละ 10 ชั่งหรือ?
หรือท่านมียาดี? … แบ่งข้ามั่งสิ
คราวที่ต้องยกทัพไปทางตะวันออก  ข้าได้ลองพูดลองใจ ยั่วยุให้ท่านฮึกเหิม... ดัน “ยุ” ขึ้นซะด้วย ตาเฒ่าเอ๊ย!!!
เราก็เลยได้ชัย ยึดเขาเตงกุน พร้อมทั้งได้สังหารแฮหัวเอี๋ยน  ...ท่านเก่งจริงๆ

นับถือๆ

ถึง ท่านพี่บังทอง 
ใครว่าหน้าตาท่านอัปลักษณ์นั้น ข้าขอเถียงขาดใจ  เพราะจริงๆ แล้วหน้าตาของท่านนั้นแค่ไม่เหมือนคน...จีน เท่านั้นเอง (กรั๊กๆ)
อาจารย์สุมาเต็กโช (โปรดักชั่น..ผู้ผลิตบอยแบนด์คราวละ 8 คน) ยกย่องให้เราเป็น หงส์-มังกร  (เหมือนจะให้เราต่างขับเคี่ยวกันเองซะงั้น)  เลยเป็นข้อถกเถียงมาจนปัจจุบันว่าข้ากับท่านใครฉลาดกว่ากัน?
จริงๆ แล้วข้าคิดว่า ท่านน่าจะฉลาดกว่าข้า 10 เท่ากระมัง...ไม่ได้ “อวย” แต่ข้าคิดแบบนี้จริงๆ
    
แต่ท่านรู้ตัวไม๊ว่า ท่านหนะเป็นคนใจร้อนมากกกกก!!!   ข้าอุตส่าห์ทัดทานท่านไม่ให้รีบยกทัพไปทางเสฉวน  (ชื่อเมือง...ไม่ใช่ชื่อปู ) แต่ท่านก็ไม่ฟัง  บอกว่าจะรีบสร้างผลงาน!!!
แล้วเป็นไงหละ  โดนทหารของเตียวหยิมมันยิงเกาทัณฑ์ใส่  “หงส์” เลย “ร่วง” เลยเห็นไม๊!!! .... ข้ารู้สึกเสียใจมากที่ท่านไม่ฟังข้า
ตอนที่ข้าร้องไห้หน้าศพท่าน ก็มีคนค่อนขอดว่า  “ดัดจริต...!!!  จริงๆ แล้วดีใจใช่ไม๊ ที่คู่แข่งหมดไปหนึ่ง?”
นี่ถ้าข้าไม่อยู่ในอารมณ์เศร้า ข้าคงเอาด้ามพัดเคาะหัวมันไปแล้ว  ....!!!

ปล. ท่านพอทราบหรือไม่ว่า  น้อง 8 ของพวกเรา มันเป็นใคร?  เพราะมันชอบนั่งเรียนอยู่หลังข้า ข้าเลยไม่รู้ว่ามันเป็นใคร…

ถึง จิวยี่สหายข้า...พี่-น้องร่วมรุ่น 
ข้าไม่รู้ว่าทำไม “หลอก้วนจง”  ถึงทำให้ท่านกลายเป็น คนที่น่าชิงชัง และน่าขบขันได้เพียงนี้?
ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน  และครั้งหนึ่งเราก็ได้ร่วม “สมคบคิด”  ทำศึกที่ เซ็กเพ็ก (ศึกยุทธนาวีผาแดง) จนชนะฝ่าย โจโฉ มาแล้ว   มันทำให้ข้ารู้ว่า ท่านไม่ใช่คนที่ขี้อิจฉา  และไม่ได้คิดร้ายกับข้า อย่างที่ทุกๆ คนเข้าใจ  (แต่เมื่อคราวนั้น ถ้าท่านกวนอูมาช่วยข้าไม่ทัน  ข้าอาจจะตายด้วยน้ำมือท่านจริงๆ ก็ได้  อิ๊ๆ)

จริงๆ แล้วข้าควรจะอิจฉาท่านซะมากกว่า   เพราะอายุแค่ไม่เท่าไหร่ ท่านก็มีผลงาน และได้เป็นแม่ทัพซะแล้ว  

ส่วนข้านั้น...กว่าท่านเล่าปี่ (ตะลิด ติ๊ดตี่) จะไปปลุกข้าจากการหลับใหล ข้าก็อายุปาไป ยี่สิบกว่าๆ แล้ว กว่าที่จะมีผลงานสร้างชื่อ…ไม่เหมือนท่าน  -*-“
อีกอย่างนะ จิวยี่   ท่านมีเมียสวยกว่าเมียข้า  ข้าอิจฉาท่านจริงๆ   ฮ่าๆๆ  (ลูบเครา 3 ที)  
เออใช่ๆ ที่ท่านกระอักเลือดตายหนะ ไม่ใช่เพราะโกรธเกลียดข้า  แต่เป็นเพราะบาดแผลจากพิษธนูต่างหาก...จริงไม๊ ท่านจิวยี่ บอกข้าที?

ปล. อิจฉาท่านจริงๆ โว๊ย !!!


สุดท้าย...

ถึง คนเขียน/ถ่ายทอด 
ขอบคุณที่ชื่นชอบในตัวข้า   แม้เจ้าจะไม่ฉลาดเท่าเศษเสี้ยวของข้า   แต่รู้หรือไม่ว่า ข้ากับเจ้านั่นก็โง่เขลาพอๆ กัน...

ตัวข้าโง่เขลาที่ยึดมั่นอุดมการณ์อันกว้างไกล ที่มันลักลั่นย้อนแย้งกับความเป็นจริง  จนทำให้ข้านั้นต้องหนีความวุ่นวายทั้งหลาย ไปทำไร่ไถนาอยู่บนเขา  รอให้มีวิญญูชน (อย่างท่านเล่าปี่) ปรากฏตัวขึ้น ข้าจึงยอมตัดใจรับใช้อย่างภักดี

ส่วนตัวเจ้านั้นก็โง่เขลา ที่เอาอารมณ์และความคิดของตัวเองเป็นใหญ่  และบางครั้งความคิดเจ้าก็ไปไกล จนคนอื่นเค้าตามไม่ทัน... ตรรกะของเจ้านั้นพิสดารยิ่งนัก  -*-“


ข้าคงไม่มีอะไรจะสั่งสอนเจ้า  ส่วนเรื่องของข้า เจ้าคงหาศึกษาเองได้

“ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืด ซึ่งยังคงดำรงอยู่”

จำไว้ให้ดี   “มังกรน้อย ขี้เซา ของข้า”

..............................

 ขอขอบคุณ ภาพประกอบจาก  thaisamkok.com ครับ

 

edit @ 12 Nov 2009 21:01:57 by My ID is KIDZ

edit @ 12 Nov 2009 21:12:28 by My ID is KIDZ